พืชใบเลี้ยงเดี่ยว พืชสำคัญทางเศรษฐกิจ

พืช เป็นผู้ผลิตอาหารที่ความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนและสัตว์อย่างมาก พืชช่วยสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติ โดยปกติแล้วเราสามารถแบ่งพืชออกตามวิธีการสืบพันธุ์ คือกลุ่มของพืชไม่มีดอกและกลุ่มพืชมีดอก สำหรับ พืชไม่มีดอก จะสืบพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์ แบ่งเซลล์หรือแตกหน่อ เช่น เฟิร์น สาหร่าย เห็ด พืชมีดอก จะสืบพันธุ์ด้วยการผสมกันระหว่างเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย ทำให้เกิดเมล็ดเพื่อนำไปใช้ขยายพันธุ์ต่อไป 

เราสามารถแบ่งพืชเหล่านี้ต่อโดย การจำแนกจากใบเลี้ยง ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ โดยใบเลี้ยงของพืชเหล่านี้จะทำหน้าที่สะสมอาหารเพื่อเลี้ยงต้นอ่อนขณะงอก และเป็นส่วนที่งอกออกมาจากเมล็ดตามหลังรากหรืออาจจะพร้อมๆ กันกับราก ใบเลี้ยงเดี่ยวของพืชบางชนิดยังมาพร้อมกับคลอโรฟิลล์ตั้งแต่เริ่มทำให้มันสามารถเริ่มการสังเคราะห์ด้วยแสง เตรียมเป็นพลังงานให้กับต้นพืชได้เติบโต แต่เมื่อสารอาหารที่สะสมอยู่ในใบหมดไป และต้นโตพอที่จะมีใบแท้ออกมาแล้ว ใบเลี้ยงก็จะเริ่มแห้งเหี่ยวหลุดไปในที่สุด วันนี้จะพาเพื่อนๆมาศึกษา พืชใบเลี้ยงเดี่ยว อย่างละเอียดกันนะคะ

ลักษณะของ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว คือ พืชที่มีใบเลี้ยง 1 ใบ เมื่อเมล็ดพันธุ์เริ่มงอก การเจริญเติบโตของลำต้นส่วนใหญ่จะอยู่ใต้พื้นดิน มีระบบรากเป็นรากฝอย ถ้าเจริญเติบโตเต็มที่ตามลำต้นจะเกิดข้อและปล้องขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน โดยที่ภายในลำต้นจะมีกลุ่มเนื้อเยื่อลำเลียงกระจัดกระจายอยู่จำนวนมาก จึงทำให้พืชใบเลี้ยงเดี่ยวไม่มีการเจริญเติบโตออกทางด้านข้าง ไม่มีกิ่งก้านสาขาเหมือน พืชยืนต้นขนาดใหญ่ ทั้งหลาย พืชใบเลี้ยงเดี่ยวส่วนใหญ่ จึงเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุสั้น ประมาณ 1 ปี ใบเรียวยาวมีลักษณะแคบเรียว เส้นใบเรียงตัวกันในแนวขนาน และมีจำนวนใบเรียงตัวกันเป็นเลขคี่หรือใบเดี่ยว ส่วนของกลีบดอกจะมีจำนวน 3 กลีบ หรือเท่าทวีคูณของ 3 ขึ้นไป เช่น ข้าวโพด อ้อย หญ้า และไผ่ เป็นต้น

พืชใบเลี้ยงคู่ คือ พืชที่มีใบเลี้ยง 2 ใบ เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะเห็นข้อและปล้องในส่วนของลำต้นไม่ชัดเจน ใบมีลักษณะกว้าง เส้นใบแตกแขนงเป็นร่างแห รากเป็นระบบรากแก้ว กลีบดอกมีจำนวน 4 – 5 กลีบ หรือทวีคูณของ 4 ตัวอย่าง ได้แก่ ถั่ว พริก และมะม่วง เป็นต้น

ข้อแตกต่างของพืชใบเลี้ยงคู่และใบเลี้ยงเดี่ยว

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีจำนวนใบเลี้ยง 1 ใบ มีข้อและปล้อง มองเห็นชัดเจน เส้นใบเรียงตัวขนานกัน ระบบราก เป็นรากฝอย จำนวนกลีบดอก 3 กลีบ หรือทวีคูณของ 3

พืชใบเลี้ยงคู่ มีจำนวนใบเลี้ยง 2 ใบ มีข้อและปล้อง มองเห็นไม่ชัดเจน เส้นใบเป็นร่างแห ระบบรากเป็นรากแก้ว จำนวนกลีบดอก 4-5หรือทวีคูณของ 4-5 

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว (MONOCOTYLEDON หรือ LILIOPSIDA)

  • เป็นพืชที่ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของพื้นโลก
  • เป็นพืชที่มี ความสำคัญทางเศรษฐกิจสูง
  • พืชใบเลี้ยงเดี่ยววงศ์ใหญ่ที่สุด คือ กล้วยไม้ โดยมีดอกที่ซับซ้อนและสวยงามเพื่อดึงดูดแมลงชนิดต่างให้ช่วยในการผสมพันธุ์
  • ส่วน พืชใบเลี้ยงเด่ียว ที่มีปริมาณมากเป็นอันดับ 2 และอาจจะเป็นวงศ์ที่โดดเด่น คือ หญ้า มีลักษณะพิเศษคือ การแพร่ขยายพันธุ์โดยอาศัยลม พืชในวงศ์หญ้านั้นมีดอกขนาดเล็ก แต่เมื่อช่อดอกหญ้ารวมเป็นกลุ่มมองเห็นชัดเจนและสวยงาม

ลักษณะเด่นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

  • เมล็ดมีใบเลี้ยงเพียงใบเดียว
  • การเจริญของลำต้นส่วนใหญ่ อยู่ใต้ดินหรือที่ผิวดินเป็นพืชล้มลุก พบน้อยที่ลำต้นคล้ายไม้ยืนต้น
  • การเรียงของเส้นใบ ส่วนใหญ่เป็นแบบขนาน
  • ฐานใบมักจะแผ่แบน
  • ไม่มีหูใบ
  • ระบบราก เป็นระบบรากฝอย
  • กลุ่มเนื้อเยื่อลำเลียงในลำต้นอยู่กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ

ประโยชน์ของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ได้แก่ เป็นอาหารและเครื่องดื่ม พืชสมุนไพร เป็นอุปกรณ์ต่างๆ และวัสดุก่อสร้าง เป็นไม้ดอกไม้ประดับ เป็นพืชพิธีกรรมและความเชื่อ เป็นต้น

พืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่นิยมปลูก และมีประโยชน์อะไรบ้าง 

ข้าว

ข้าว ถือเป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลักษณะที่สำคัญเป็น ไม้ล้มลุกอายุประมาณหนึ่งปี ลำต้นแตกกอแน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับเป็น 2 แถว  ช่อดอกเป็นแบบช่อแยกแขนงช่อดอกย่อยแบนด้านข้าง มี 3 ดอกย่อย กลีบดอกลดรูปเป็นตุ่ม 2 อัน กาบช่อย่อยเบี้ยว กาบล่างเป็นสันแข็งและมีขนแข็งตรงปลาย กาบบนเป็นสัน 3-7 สัน มีขนาดเท่ากับกาบล่าง หุ้มผลแน่น ผลเป็นแบบผลธัญพืช

ประโยชน์ของข้าว

เป็นอาหาร ที่คนไทยส่วนใหญ่รับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก และนำมาเป็นส่วนประกอบของขนมหวาน เช่น ข้าวต้มมัด ข้าวเหนียวดา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมาผลิตเป็นเครื่องดื่ม เช่น เบียร์ ชา เป็นต้น

กก

กก ถือเป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลักษณะที่สำคัญ เป็นวัชพืชน้ำที่เจริญได้ดีในช่วงฤดูฝนมีลักษณะแตกกอ ลำต้นเหนียว เมื่อออกดอกปลายฤดูฝน เมล็ดก็จะร่วงลงดิน และเจริญในฤดูฝนปีต่อมา

ประโยชน์ของกก

ใช้ในงานจักสาน ทำเป็นเสื่อ กระเป๋า หมอน กระสอบ หมวก และกระจาด รวมทั้งเป็นไม้ประดับในสวน

ขิง

ขิงหรือขิงบ้าน ถือเป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลักษณะที่สำคัญเป็น พืชล้มลุก ทุกส่วนของพืชมีกลิ่นหอม มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอม เฉพาะแทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบ หุ้มซ้อนกัน ใบ เป็นชนิดใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบรูปหอกเกลี้ยง ดอกออกเป็นช่อดอกจากตาเหง้าบริเวณโคนของลำต้น ช่อดอกสีเขียว ดอกสีเหลือง

ประโยชน์ของขิง

เป็นส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ไก่ผัดขิง น้ำขิง เต้าฮวย เมี่ยงคำ ขิงดอง บัวลอยไข่หวาน เหง้าอ่อนและใบอ่อนเป็นผักสด เป็นต้น เป็นพืชสมุนไพร แก้ขับลมให้ผายเรอ แก้จุกเสียด แก้ท้องร่วง ช่วยย่อยอาหาร แก้ลม แก้เสมหะ แก้บิด บำรุงน้ำนมเป็นยาอายุวัฒนะ และใช้ภายนอกทารักษากลากเกลื้อน แก้ไฟลวก แก้น้ำร้อนลวก แก้ลมพิษแก้คัน

กล้วย

กล้วย ถือเป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลักษณะที่สำคัญ เป็น ไม้ล้้มลุกขนาดใหญ่ ทุกส่วนมียางใส ทุกส่วนเหนือพื้นดินของกล้วยเจริญเติบโตจากส่วนที่เรียกว่า หัว หรือ เหง้า ใบของกล้วยประกอบด้วย ก้านใบ และแผ่นใบ มีขนาดใหญ่ ปลายใบมน รูปใบขอบขนาน โคนใบมน มีสีเขียว สร้างช่อดอกหรือปลี ที่ปลายยอดของลำต้น หลังให้ผล ลำต้นเทียมจะตาย กล้วยมีหลายสายพันธุ์ได้แก่ กล้วยนำหว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วหักมุก และกล้วยป่า

ประโยชน์ของกล้วย

ใบตองใช้ห่ออาหารและทำงานฝีมือหลายชนิด ลำต้นใช้ทำเชือกกล้วย กระทง ส่วนต่างๆของกล้วยนำมา

ทำอาหารได้หลายส่วน ทั้งหัวปลี หยวกกล้วย ผลทั้งสุกและดิบ ตัวอย่างเช่น กล้วยแขก กล้วยบวชชี กล้วย

ปิ้ง กล้วยตาก กล้วยเชื่อม ข้าวเม่าทอด กล้วยทอด และกล้วยกวน

มะพร้าว

มะพร้าว ถือเป็น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลำต้นเดียว ไม่แตกแขนง มีรอยแผลจากการหลุดร่วงของใบตลอดลำต้น สามารถคำนวณอายุของต้นมะพร้าวได้จากรอยแผลนี้ 

ใบ เป็นใบประกอบ ออกตามส่วนปลายของลำต้น ประกอบด้วย ก้านทาง มีขนาดใหญ่และยาวมีใบย่อย 

ดอกออกเป็นช่อมีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย อยู่ในช่อเดียวกัน

ผล  มีเปลือก 3 ชั้นคือ เปลือกชั้นนอก เป็นเส้นใยที่เหนียวและแข็ง เมื่อแก่อาจมีสีเขียว แดง เหลืองหรือน้ำตาล เปลือกชั้นกลาง มีลักษณะเป็นเส้นใย มีความหนาพอประมาณ และเปลือกชั้นใน มีลักษณะแข็งหรือที่เรียกกันว่า กะลา

เมล็ด คือ เนื้อมะพร้าว ภายในเมล็ดเป็นช่อกลวง ขณะผลอ่อนจะมีน้ำอยู่เต็ม ผลแก่น้ำมะพร้าวจะแห้งไปบางส่วน

ประโยชน์ของมะพร้าว

น้ำและเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้รับประทาน เนื้อในผลแก่นำไปขูดและคั้นทำกะทิ กะลานำไปประดิษฐ์สิ่งของ เช่น กระบวย โคมไฟ อื่นๆ นอกจากนี้มะพร้าวจัดเป็น พืชไม้มงคล ชนิดหนึ่ง ถ้าปลูกมะพร้าวไว้ทางทิศตะวันออกของบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล เนื้อไม้ทำอุปกรณ์ประดับตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ได้

พืชใบเลี้ยงเดี่ยว คือ ต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นพืชอายุสั้น วิธีปลูกพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ก็จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด แต่ละพันธุ์ ซึ่งมีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเกิดจากการตัดแต่งพันธุกรรม พืชใบเลี้ยงเดี่ยว เป็นต้นไม้มีลักษณะที่แตกต่างกัน วิธีดูแลพืชใบเลี้ยงเดี่ยว จึงจำเป็นต้องให้ความใส่ใจพอสมควรทั้งเรื่องแสง น้ำ และวิธีการปลูก แต่ก็ขึ้นกับชนิดของพันธุ์ไม้นั้นๆเป็นหลัก

การดูแลพืชใบเลี้ยงเดี่ยว แต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อมและถิ่นกำเนิด ปัจจุบัน พืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่สำคัญ เช่น ข้าว กล้วย มะพร้าว เป็นที่นิยมในกลุ่มเกษตรกร สำหรับใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้ตามตลาดต้นไม้หรือร้านขายต้นไม้ หรือแม้แต่ร้านขายต้นไม้ออนไลน์ก็มีให้เลือกซื้อมากมาย เพื่อนๆสนใจปลูกพืชชนิดไหน ก็ไปหามาเลือกปลูกได้เลยค่ะ

ขอบคุณภาพจาก

https://ngthai.com/science/25103/monocotyledon/

https://th.wikipedia.org/wiki/พืชใบเลี้ยงเดี่ยว

http://www.digitalschool.club/digitalschool/

https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-biology1/Chapter5/Part3.html

https://www.scimath.org/e-books/10300/flippingbook/index.html#116

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ : g club168